MAKERS · e25vbe.radio

ผู้ผลิตที่คุณรู้จักชื่อ
แต่ไม่เคยรู้ที่มา

Motorola, Kenwood, Icom, HP, Rohde & Schwarz — ชื่อเหล่านี้ติดอยู่บนหน้าปัทม์และตัวเครื่องมือวัดที่คุณใช้ทุกวัน แต่ละเจ้าเริ่มจากจุดเล็กๆ ที่คุณอาจคาดไม่ถึง กดที่แต่ละการ์ดเพื่อดูที่มาครับ

ผู้ผลิตเครื่องรับส่ง

คนที่เอาทฤษฎีในเส้นเวลาหลัก มาทำเป็นกล่องให้คุณกดใช้ได้จริง
+ Motorola Galvin Manufacturing Corporation 1928 · Chicago

Paul และ Joseph Galvin สองพี่น้อง เคยล้มละลายมาแล้วครั้งหนึ่งกับกิจการแบตเตอรี่ ปี 1928 พวกเขาลงทุน $750 ซื้อกิจการ "battery eliminator" กลับมาเริ่มใหม่ในชิคาโก สินค้าแรกคืออุปกรณ์แปลงไฟให้วิทยุแบตเตอรี่ใช้ไฟบ้านได้

ปี 1930 พวกเขาผลิตวิทยุติดรถยนต์ ตั้งชื่อแบรนด์ว่า "Motorola" — ผสมคำว่า "Motor" (รถยนต์) กับ "-ola" ที่ยืมมาจาก Victrola เครื่องเล่นแผ่นเสียงดัง จุดเริ่มต้นเล็กๆ นี้นำไปสู่วิทยุตำรวจ วอล์กี้ทอล์กี้ยุคสงครามโลก และวงการวิทยุสื่อสารมืออาชีพทั้งหมดที่เรารู้จักทุกวันนี้

+ Kenwood / Trio เดิมชื่อ Kasuga Radio Co. 1946 · Nagano, ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นหลังสงครามยับเยิน แต่ทุกคนยังอยากฟังข่าว ญาติพี่น้องตระกูล Kasuga จึงรวมตัวกันตั้งบริษัทเล็กๆ ผลิตชิ้นส่วนวิทยุ AM ในเมือง Komagane ปี 1960 เปลี่ยนชื่อเป็น Trio Corporation

ชื่อ "Kenwood" เกิดขึ้นภายหลังจากผู้นำเข้าในอเมริกา — Bill Kasuga ผสมคำว่า "Ken" (ชื่อที่คนอเมริกันคุ้นเคยจากแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า Kenmore) กับ "Wood" (สื่อถึง Hollywood) เพราะ Kenwood ดังกว่า Trio ในตลาดส่งออก บริษัทจึงเปลี่ยนชื่อทางการเป็น Kenwood Corporation ในปี 1986

+ Yaesu Yaesu Musen Co., Ltd. 1959 · โตเกียว

Sako Hasegawa (สัญญาณเรียกขาน JA1MP) เป็นนักวิทยุสมัครเล่นธรรมดาคนหนึ่งที่ชอบประกอบเครื่องส่ง SSB เล่นเอง ปี 1954 เขาเริ่มสร้างเครื่องกำเนิดสัญญาณ SSB ให้ตัวเองและเพื่อนฝูง

คำขอเริ่มไหลเข้ามาจากนักวิทยุทั่วญี่ปุ่นที่อยากได้เครื่องส่งสมบูรณ์แบบจากเขาบ้าง ปี 1959 เขาจึงจดทะเบียนบริษัท Yaesu Musen (ตั้งชื่อตามย่าน Yaesu ที่อยู่อาศัยของเขาในโตเกียว) — จุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายที่สุดในบรรดาผู้ผลิตทั้งหมด: เพื่อนขอให้ทำให้หน่อย

+ Icom เดิมชื่อ Inoue Electric Seisakusho 1954 · โอซาก้า

Tokuzo Inoue ทำงานออกแบบวงจร RF ให้บริษัทเครื่องมือแพทย์ แต่ต้องเดินทาง 2 ชั่วโมงไปกลับทุกวัน เจ้านายจึงแนะนำให้เขาตั้งบริษัท subcontract ของตัวเองแทน เขาสร้างเพิงเล็กๆ ในสวนหลังบ้าน เริ่มกิจการ "Inoue Electric Seisakusho" ปี 1954

เพราะเข้าวงการวิทยุสมัครเล่นช้ากว่าเจ้าอื่น Icom ต้องหาจุดต่าง — เป็นเจ้าแรกๆ ที่เปลี่ยนจากหลอดสุญญากาศมาใช้ทรานซิสเตอร์ทั้งหมด และบุกเบิกวงจร PLL synthesizer แบบดิจิทัลในเครื่องรับส่ง HF

+ Alinco เดิมเป็นโรงหล่ออะลูมิเนียม 1938 (ก่อตั้ง) / 1970 (จดทะเบียน) · โอซาก้า

ก่อนจะมาทำวิทยุ Alinco เป็นบริษัทหล่อชิ้นส่วนอะลูมิเนียม (ชื่อ "Alinco" เชื่อกันว่ามาจาก "Aluminum" ผสมกับชื่อผู้ก่อตั้ง) ผลิตชิ้นส่วนโลหะให้อุตสาหกรรมก่อสร้างและอุปกรณ์ออกกำลังกาย

ภายหลังบริษัทขยายธุรกิจเข้าสู่วงการเครื่องรับส่งวิทยุ กลายเป็นหนึ่งในไม่กี่แบรนด์ที่ไม่ได้เริ่มต้นจากความหลงใหลในคลื่นวิทยุเลยแม้แต่น้อย แต่จากความเชี่ยวชาญด้านโลหะและงานผลิตชิ้นส่วนแม่นยำ

+ Standard / Vertex แบรนด์ที่เปลี่ยนเจ้าของหลายรอบ 1998–2012

Standard เคยเป็นแบรนด์วิทยุมือถือ VHF/UHF ยอดนิยมภายใต้ร่ม Marantz Japan ปี 1998 Yaesu Musen ซื้อกิจการมารวมกัน ตั้งชื่อบริษัทใหม่ว่า Vertex Standard

ปี 2007 Motorola เข้าซื้อหุ้นใหญ่ ผลักดันให้เน้นตลาดวิทยุสื่อสารมืออาชีพ (public safety) มากกว่าตลาดนักวิทยุสมัครเล่น จนปี 2012 ตระกูล Hasegawa ผู้ก่อตั้ง Yaesu เดิมซื้อหุ้นกลับคืน แยก Yaesu ออกมาเป็นแบรนด์อิสระอีกครั้งสำหรับตลาด amateur radio โดยเฉพาะ — แม้แต่แบรนด์ในดวงใจนักวิทยุ ก็หนีแรงบีบของตลาดทุนไม่พ้น

เครื่องมือวัด RF

คนที่ทำเครื่องมือให้คุณ "เห็น" คลื่นที่มองไม่เห็นได้แม่นยำ
หลายเจ้าในกลุ่มนี้เริ่มต้นจากงานวิจัยล้วนๆ ไม่ใช่ธุรกิจ — นักฟิสิกส์และวิศวกรที่บังเอิญต้องแก้ปัญหาวัดคลื่นให้แม่นยำพอ จนกลายเป็นบริษัทระดับโลก
+ Anritsu เดิมชื่อ Sekisan-sha 1895 · ญี่ปุ่น

ก่อตั้งปีเดียวกับที่ Marconi ยิงปืนข้ามเนินเขาที่อิตาลี (บังเอิญพอดี) Sekisan-sha เริ่มจากผลิตอุปกรณ์โทรศัพท์สายให้ญี่ปุ่นยุคที่เครือข่ายโทรศัพท์เพิ่งเริ่มก่อร่าง ปี 1931 ควบรวมกับ Kyoritsu Electric และ Annaka Electric (ผู้บุกเบิกโทรศัพท์ไร้สายเครื่องแรกของญี่ปุ่น) กลายเป็น Anritsu

ทุกวันนี้ Anritsu เป็นหนึ่งในผู้ผลิตเครื่องมือวัดความถี่วิทยุและไมโครเวฟชั้นนำของโลก นักวิทยุที่เคยใช้มิเตอร์ SWR ยี่ห้อนี้แทบไม่รู้เลยว่าต้นตอย้อนไปไกลถึงยุคเดียวกับ Marconi

+ HP Hewlett-Packard · Art Fong 1939 · Palo Alto, California

Bill Hewlett กับ Dave Packard เริ่มบริษัทในโรงรถหลังบ้านด้วยเงินทุน $538 สินค้าแรกคือเครื่องกำเนิดสัญญาณเสียง HP 200A ซึ่ง Walt Disney Studios ซื้อไป 8 เครื่องใช้ทำเสียงในหนัง "Fantasia"

สงครามโลกครั้งที่ 2 ผลักดันให้ HP เข้าสู่วงการเรดาร์และไมโครเวฟ หลังสงคราม Hewlett ดึงตัววิศวกรจากห้องแล็บเรดาร์ในบอสตันมาร่วมทีม หนึ่งในนั้นคือ Art Fong ผู้เชี่ยวชาญไมโครเวฟที่ช่วยพัฒนาเครื่องกำเนิดสัญญาณคลื่นสั้นความถี่สูงจนถึง 21 GHz กลายเป็นรากฐานให้ HP ครองตลาดเครื่องมือวัด RF ระดับโลกมานานหลายทศวรรษ

+ Rohde & Schwarz Lothar Rohde & Hermann Schwarz 1933 · Munich

ทั้งคู่พบกันตอนเรียนปริญญาเอกฟิสิกส์ที่ Jena ปี 1932 ร่วมกันสร้างเครื่องวัดความถี่แบบแทรกสอด (interference wavemeter) เป็นผลงานชิ้นแรก ปีถัดมาท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก สองนักฟิสิกส์หนุ่มตัดสินใจเสี่ยง เช่าอพาร์ตเมนต์ในมิวนิกมาดัดแปลงเป็นห้องแล็บ ตั้งบริษัทของตัวเอง

จากอพาร์ตเมนต์เช่าเล็กๆ วันนี้ Rohde & Schwarz เป็นหนึ่งในผู้ผลิตเครื่องมือวัด RF/ไมโครเวฟชั้นนำของยุโรป ที่ห้องแล็บวิจัยและมหาวิทยาลัยทั่วโลกไว้วางใจ

+ Kuranishi Kuranishi Keisokuki (เครื่องมือวัด) โตเกียว, ญี่ปุ่น

Kuranishi เป็นผู้ผลิต Standing Wave Analyzer และเครื่องวัดสายอากาศที่นักวิทยุ HF รุ่นเก๋ารู้จักดี แต่ต่างจากเจ้าอื่นในลิสต์นี้ ประวัติการก่อตั้งของบริษัทไม่ค่อยถูกบันทึกเป็นภาษาอังกฤษไว้มากนัก

เท่าที่สืบค้นได้ พวกเขาเน้นทำเครื่องมือวัดเฉพาะทางสำหรับตลาดญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ราวทศวรรษ 1970-80 โดยไม่ได้ขยายตัวเป็นแบรนด์ระดับโลกเหมือน Anritsu หรือ HP — เป็นตัวอย่างว่าไม่ใช่ทุกผู้ผลิตที่ทำเครื่องมือดีจะเลือกเติบโตในแบบเดียวกัน บางเจ้าก็เลือกอยู่ในตลาดเฉพาะทางของตัวเองอย่างเงียบๆ

+ Daiwa Daiwa Industry Co., Ltd. โตเกียว, ญี่ปุ่น

ถ้าคุณเคยเห็นมิเตอร์ SWR/Power แบบ "เข็มไขว้" (cross-needle) ที่เข็มสองเล่มตัดกันแล้วอ่านค่า SWR ได้จากจุดตัด นั่นคือดีไซน์ที่ Daiwa ทำให้เป็นที่นิยมในหมู่นักวิทยุ HF ทั่วโลก

จุดเด่นของดีไซน์นี้คือทำให้อ่านค่ากำลังส่งไปข้างหน้า กำลังสะท้อนกลับ และ SWR ได้พร้อมกันในการมองครั้งเดียว ไม่ต้องสลับสวิตช์ไปมาเหมือนมิเตอร์รุ่นก่อนหน้า — ความเรียบง่ายที่ใช้งานจริงแบบนี้เองที่ทำให้แบรนด์อยู่ในตลาดมาได้อย่างยาวนาน

สายอากาศ และแนวคิดเบื้องหลัง

ก่อนจะมีมิเตอร์ดิจิทัล คนรุ่นคุณปู่ใช้อะไรมองคลื่นที่มองไม่เห็น
กลุ่มนี้ปูพื้นความรู้พื้นฐานที่นำไปสู่เครื่องมือวัดในกลุ่มก่อนหน้า — จากเทคนิคง่ายๆ ของคนรุ่นก่อน สู่หลักการที่ยังใช้อยู่ในเครื่องมือวัดทุกวันนี้
+ Diamond DAI-ICHI DENPA KOGYO ปลายทศวรรษ 1960 · โตเกียว

ก่อตั้งโดย Tokuo Fukui เริ่มจากออกแบบสายอากาศแนวตั้งสำหรับย่าน HF และสายอากาศ ground plane สำหรับย่าน 50/144 MHz

ชื่อแบรนด์ "Diamond" ถูกเลือกเพราะเป็นคำสากลที่ทุกภาษาออกเสียงและเข้าใจตรงกัน ผู้ก่อตั้งหวังไว้ตั้งแต่ต้นว่าสายอากาศของเขาจะเป็นที่รู้จักในหมู่นักวิทยุทั่วโลก ไม่ใช่แค่ในญี่ปุ่น

+ หลอดไฟหาจุดสูงสุด มิเตอร์ของคนรุ่นคุณปู่ อย่างน้อยตั้งแต่ทศวรรษ 1950

ก่อนมีมิเตอร์ดิจิทัล นักวิทยุยุคก่อนใช้เทคนิคง่ายๆ แต่ได้ผล — เอาหลอดไฟดวงเล็กหรือหลอดนีออนไปแตะตามจุดต่างๆ บนสายอากาศ (โดยเฉพาะสายยาวอย่าง rhombic หรือ long-wire) แล้วดูความสว่าง จุดที่หลอดสว่างที่สุดคือจุดที่กระแส RF สูงสุด (current antinode) จุดที่หลอดมืดคือจุดต่ำสุด (current node)

นิตยสาร QST ของ ARRL ตีพิมพ์เทคนิคนี้ไว้ตั้งแต่ปี 1953 เป็นวิธีที่ทำให้นักวิทยุ "มองเห็น" คลื่นวิทยุที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าได้เป็นครั้งแรก โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องมือราคาแพง — หลักการเดียวกันนี้เองที่ต่อยอดกลายเป็นแนวคิดเรื่องการวัดกำลังส่ง/สะท้อนกลับแบบแยกทิศทาง

+ Directional Coupler Bethe-hole coupler · Hans Bethe 1942–43 · MIT Radiation Lab

คนที่ทำให้มิเตอร์ SWR ทุกตัวในปัจจุบันแยกกำลังส่งไปข้างหน้ากับกำลังสะท้อนกลับได้ ไม่ใช่วิศวกรวิทยุสื่อสาร แต่คือ Hans Bethe นักฟิสิกส์ที่ภายหลังได้รับรางวัลโนเบลจากทฤษฎีปฏิกิริยานิวเคลียร์ในดวงดาว

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 Bethe ไปช่วยงานวิจัยเรดาร์ที่ MIT Radiation Lab เขาคิดค้นวิธีเจาะรูเล็กๆ เชื่อมระหว่างท่อนำคลื่น (waveguide) สองท่อที่วางขนานกัน ทำให้วัดคลื่นที่วิ่ง "ไปข้างหน้า" กับคลื่นที่ "สะท้อนกลับ" แยกออกจากกันได้อย่างแม่นยำด้วยคณิตศาสตร์ล้วนๆ — อุปกรณ์นี้เรียกว่า Bethe-hole coupler และเป็นรากฐานของ directional coupler ทุกแบบที่ใช้ในมิเตอร์ SWR จนถึงทุกวันนี้

+ Collinear Array Charles S. Franklin กลางทศวรรษ 1920 · Marconi Company

Charles Samuel Franklin วิศวกรของบริษัท Marconi เอง (คนละยุคกับ Guglielmo Marconi แต่ทำงานให้บริษัทเดียวกัน) แก้โจทย์ที่ว่า "อยากได้เกนสูงขึ้นจากสายอากาศแนวตั้ง แต่เสาไม่สูงพอ" ด้วยการเอา element ครึ่งคลื่นหลายท่อนมาต่อกันเป็นแนวตั้งแบบ in-phase

ผลลัพธ์คือสายอากาศที่ให้เกนเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องสร้างเสาสูงขึ้น เรียกกันว่า Collinear Array หรือ Franklin Antenna ทุกวันนี้เสาอากาศ collinear ที่ติดบนหลังคาบ้านสำหรับย่าน VHF/UHF ยังใช้หลักการเดียวกันนี้อยู่

+ Broadside / End-fire ไม่มีฮีโร่คนเดียว — วิศวกรรมสะสม 1920s–1940s

ต่างจาก Collinear ที่มี Franklin เป็นเจ้าของไอเดียชัดเจน หลักการ Broadside (แผ่คลื่นตั้งฉากกับแนวสายอากาศ) กับ End-fire (แผ่คลื่นไปตามแนวสายอากาศ) เป็นทฤษฎี array แบบทั่วไปที่วิศวกรวิทยุหลายคนพัฒนาต่อยอดกันมาตลอดช่วงทศวรรษ 1920-1940 ทั้งในงานกระจายเสียงข้ามทวีปและงานวิจัยเรดาร์ทางทหาร ไม่มีใครคนเดียวเป็นเจ้าของสิทธิบัตรหลักการทั้งหมด

ตัวอย่าง end-fire ที่โด่งดังที่สุดที่คุณรู้จักแล้วคือสายอากาศ Yagi-Uda (อ่านเรื่องเต็มได้ในเส้นเวลาหลัก) ส่วน broadside มักใช้ในงานที่ต้องการเกนสูงมากๆ อย่างสถานีกระจายเสียงคลื่นสั้นข้ามทวีป